วงการ Manga ญี่ปุ่นถึงคราวตกต่ำ?
วันนี้มาดูเรื่องเครียดกันซักหน่อย เมื่ออาจารย์ Wakaki Tamiki ผู้วาด “Kami nomizo Shiru Sekai ”
หรือในชื่อไทย “เซียนเกมรักขอเป็นเทพนักจีบ” ที่เพิ่งจะตีพิมพ์แบบมีลิขสิทธ์ในไทยไปหมาดๆ
ได้ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับความเสื่อมถอยในวงการหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น
อาจารย์ Wakaki Tamiki นั้นเป็นนักวาดให้กับ Shonen Sunday หนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์สุดดังของญี่ปุ่น
(เทียบกับไทย Sunday ก็คงเป็น NEOZ ส่วน Weekly JUMP ก็เป็น BOOM กับ C.Kids ล่ะนะ)
ซึ่งหลังจากที่ได้ทำงานมาร่วมสิบกว่าปีก็ได้ออกมาบ่นๆ กับวงการนักวาดสมัยนี้ที่ค่อนข้างจะถดถอยลงเรื่อยๆ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า
“ผมล่ะหน่ายกับหนังสือการ์ตูนสมัยนี้จริงๆ ทั้งน่าเบื่อและแย่ลงเรื่อยๆ
พวกนักวาดหน้าใหม่ไฟแรงก็พยายามกันเหลือเกิน แต่ก็ไม่เห็นคนไหนที่สามารถวาดได้นาน โดยไม่ถูกตัดจบได้สักราย”
“ส่วนพวกนักวาดเก่ามากประสบการณ์ ก็ยังคงอยู่ทำงานกันอยู่เรื่อยๆ
จึงทำให้ไม่ค่อยจะมีพวกหน้าใหม่อยากเข้ามากันเท่าไหร่นัก ซึ่งวงจรอุบาทว์นี้ก็ยังวนเวียนอยู่เรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่ยังพอมีนักวาดดีๆ ให้เลือกสรรค์กันอยู่มากมาย แต่พอมาสมัยนี้ช่างมีน้อยเหลือเกิน
แถมยังต้องคอยเอาใจใส่กันอย่างระมัดระวังอีกต่างหาก”
“มันยากมากเลยนะ สำหรับนักวาดการ์ตูนสมัยนี้ที่จะอยู่รอดในวงการได้ถ้าไม่สามารถวาดการ์ตูน
ที่เป็นเรื่องลามก แนวตลก และหนุ่มหล่อสาวสวยได้ “
ซึ่งที่พูดมาก็ค่อนข้างจะเป็นจริงพอสมควร อย่างที่เราเห็นกันว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้
มีการ์ตูนที่โดนตัดจบไปหลายเรื่อง เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็อาจจะเพราะความนิยมของผู้อ่าน
และการที่เห็นว่าเรื่องเก่าๆ ที่ยังตีพิมพ์อยู่มาหลายสิบปีีนั้นสนุกกว่าอยู่เยอะ
การที่จะทำให้สนุกเทียบเท่าเรื่องเหล่านั้นได้ก็อาจจะทำได้ไม่นาน แต่แล้วก็มอดดับไปในที่สุด…
ส่วนเรื่องมาตรฐานการวาดการ์ตูนเดี๋ยวก็นี้เหมือนกันที่จะมีแค่ความซ้ำซาก
ถ้าไม่ใช้มุขการประลอง มุขลามกเซอร์วิส ก็มุขฮาเร็ม ซึ่งส่วนมากแล้วก็จะวนเวียนกันอยู่แค่นี้
ส่วนพวกที่มีความคิดที่แหวกแนวออกไปก็จะเป็นที่นิยม แต่ถ้ามุขตันคิดอะไรไม่ออกแล้วก็อาจจะกลับมาใช้มุขข้างบนได้อีกเช่นกัน
นอกจากนี้อาจารย์ Ditama Bow ปรมจารย์นักวาดการ์ตูนแนวโมเอะแกมลามกอย่าง Mahoromatic
และอีกหลายๆ เรื่อง(ที่ออกจะเป็นแนวหื่นทั้งนั้น…) ได้ออกมาโต้แย้งว่า
“แน่นอนว่า ถ้าวาดสาวสวยน่ารักไม่ได้ก็จะมีปัญหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้อดตายสักหน่อย
ถึงจะไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักวาด แต่ก็สามารถทำงานอยู่ในวงการนี้ต่อไปได้
เช่นการไปเป็นลูกมือให้กับนักวาดที่เก๋าประสบการณ์ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ สะสมประสบการณ์เอาเืรื่อยๆ
แล้วค่อยออกมาแจ้งเกิดเอาก็ได้ (เหมือนอาจารย์ โอดะ ที่วาด One Piece ที่เคยเป็นลูกมือ
ของอาจารย์วาสึกิผู้วาดเคนชินมาก่อน และต่อมาก็ดังตู้มต้ามแบบหยุดไม่อยู่เลยทีเดียว “
ซึงเรื่องนี้ก็ทำให้มีสงสัยกันว่าเมื่อไหร่ทั้วงการAnime และ Manga
จะหลุดพ้นจากความซ้ำซากจำเจแบบนี้ และหนทางต่อไปจะเป็นเช่นใด
จะมีเรื่องที่เขย่าวงการได้แบบ Evangelion หรือ Ghost in the Shell ออกมาได้อีกไหม ก็คงต้องรอดูกันต่อไป
source: sankakucomplex via getnews
akibatan.com/2009/11/japanese-manga-decline/
ความเห็นส่วนตัว :
สำหรับประเด็นเรื่องความซ้ำซากจำเจนั้น ผมเห็นมีการพูดถึงมาแทบทุกวงการในด้านบันเทิงนะครับ ทั้งภาพยนต์ ซึ่งยุคหนึ่งก็เคยมีการพูดถึงว่า มีแต่บทแบบเดิมๆ เช่น หนังวัยรุ่น หนังเชือดสยอง ฯลฯ วงการละครทีวีก็เช่นกัน ว่าซ้ำซาก ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง เกมส์ ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างไปนั้น ล้วนเคยถูกพูดถึงในลักษณะว่าตกต่ำจากความซ้ำซากทั้งสิ้น
เรื่องการเน้นตอบสนองแต่ "ตลาด" อย่างเดียวนั้น เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะถ้าผลงานที่อุตสาห์ลงแรง ลงเวลา ลงทุนไป ขายไม่ได้ ก็ไม่ทราบว่าจะเอาที่ไหนกิน และก็ไม่มีกำลังที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่อาจเป็นปรากฏการณ์ออกมาได้ ผู้สร้างผลงานบางคนก็ใช้วิธ๊ตอบสนองตลาด เป็นบางครั้ง เพื่อรวบรวมทุนสร้างผลงานคุณภาพออกสู่ท้องตลาดเช่นกัน
ดังนั้นผมจึงคิดว่า เรื่องนี้เหมือนเป็นวงจรตามธรรมชาติของแทบทุกวงการครับ การที่จะมีสิ่งใหม่ๆ ปรากฏการณ์ใหม่ๆนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็น "ปรากฏการณ์" หรอกครับ การสรุปดังกล่าวข้างบนจึงอาจเป็นการสรุปที่เร็วเกินไป และมองในมุมมองที่แคบไปสักหน่อย